บทที่
1
บทนำ
1.1 ที่มาและความสำคัญ
น้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตในโลกของเรา
จะมีน้ำมากกว่าพื้นดิน โดยประมาณ 3:4 โดยมากจะเป็นมหาสมุทรขนาดใหญ่
ได้แก่ มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอาร์คติกและมหาสมุทรอินเดีย
ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล นานาชนิด
ซึ่งคณะผู้จัดทำมีความสนใจที่จะศึกษาเรื่อง สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก (Deep
sea creatures)
เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก
แหล่งที่อยู่สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก ความสำคัญของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึกและได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องระบบนิเวศวิทยาทางทะเล
ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
เหมาะแก่การศึกษาและเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ศึกษา
โดยสามารถนำสิ่งที่ศึกษามาเผยแพร่เพื่อให้บุคคลทั่วไปได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง
สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึกมากขึ้น กลุ่มของพวกเราจึงนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เหล่านี้มามาประยุกต์ใช้ทำเป็นเว็บบล็อก(WebBlog)
ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป bogspot เรื่อง
สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก
เพราะเด็กไทยส่วนใหญ่ชอบที่จะใช้อินเทอร์เน็ตในการทำกิจกรรมต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง เล่นเกมส์ ดูหนังหรือใช้ในการหาความรู้ต่างๆ
ซึ่งการทำเป็นสื่อในอินเตอร์เน็ตก็จะทำให้ผู้ศึกษาเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นและสามารถนำข้อมูลจากการศึกษาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย
ภายในเว็บบล็อกจะบรรจุไปด้วยเนื้อหาสาระสำคัญของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล
ทั้งประวัติความเป็นมา ความสำคัญ
ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลและเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ
ที่สามารถที่จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ผู้ปกครองและบุคคลอื่นๆ
โดยทั่วกัน
โครงงานการพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) เรื่อง สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก (Deep sea creatures) ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป bogspot จึงเป็นการการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนในทุกระดับ มีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ผู้เรียนรุ่นใหม่จะเป็นผู้เรียนที่มีความคิดรักการเรียนรู้ มีหลักในการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มีความรู้ทักษะที่จำเป็นในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองมากจึงเป็นที่ยอมรับว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาประเทศการจัดการศึกษาจึงต้องมีการปรับตัวด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ในทุกๆ ด้าน
โครงงานการพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) เรื่อง สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก (Deep sea creatures) ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป bogspot จึงเป็นการการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนในทุกระดับ มีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ผู้เรียนรุ่นใหม่จะเป็นผู้เรียนที่มีความคิดรักการเรียนรู้ มีหลักในการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มีความรู้ทักษะที่จำเป็นในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองมากจึงเป็นที่ยอมรับว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาประเทศการจัดการศึกษาจึงต้องมีการปรับตัวด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ในทุกๆ ด้าน
1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1. เพื่อที่จะได้ศึกษาและรู้จักสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึกมากยิ่งขึ้น 1.2.2. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ได้หาความรู้ เรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก
1.2.3. เพื่อให้นักเรียนได้นำความรู้เหล่านี้ มาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในการเรียน หรือการดำเนินชีวิตได้ 1.3 สมมติฐาน เด็กไทยสมัยใหม่ได้รู้จักใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ โดยการศึกษาเรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึกซึ่งจะเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น 1.4 ขอบเขตการศึกษา 1.4.1. จัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ด้วย bogspot เรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก ประเภทพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา 1.4.2. วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใช้ในการพัฒนา 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.5.1. ได้รับความรู้เกี่ยวกับแหล่งที่อยู่ ความสำคัญของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล 1.5.2. ได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องระบบนิเวศวิทยาทางทะเล
1.5.3. สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้
1.5.6. เป็นแหล่งสะสมความรู้
1.5.7. ได้รับความรู้เกี่ยวกับพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ด้วย bogspot
1.2.3. เพื่อให้นักเรียนได้นำความรู้เหล่านี้ มาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในการเรียน หรือการดำเนินชีวิตได้ 1.3 สมมติฐาน เด็กไทยสมัยใหม่ได้รู้จักใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ โดยการศึกษาเรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึกซึ่งจะเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น 1.4 ขอบเขตการศึกษา 1.4.1. จัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ด้วย bogspot เรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก ประเภทพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา 1.4.2. วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใช้ในการพัฒนา 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.5.1. ได้รับความรู้เกี่ยวกับแหล่งที่อยู่ ความสำคัญของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล 1.5.2. ได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องระบบนิเวศวิทยาทางทะเล
1.5.3. สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้
1.5.6. เป็นแหล่งสะสมความรู้
1.5.7. ได้รับความรู้เกี่ยวกับพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ด้วย bogspot
บทที่
2
เอกสารและโครงงานที่เกี่ยวข้อง
2.1 ข้อมูลเกี่ยวกับใต้ท้องทะเลลึก
ทะเลลึก (Deep sea) เป็นชั้นของระดับน้ำที่มีความลึกตั้งแต่ 200 เมตรลงไป ซึ่งนับเป็น 70% ของน้ำในมหาสมุทรทั่วโลกเป็นที่ๆ
มีแสงน้อยจนถึงไม่มีแสงเลยสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่อาจจะกินสารอินทรีย์หรือซากศพจากทะเลด้านบนด้วยเหตุนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์เคยสันนิษฐานว่าจะชีวิตจำนวนน้อยมากในมหาสมุทรลึก
แต่จากการตรวจสอบนั้นได้เปิดเผยว่ามันเป็นอะไรตรงกันข้ามกับการสันนิษฐานนั้นเพราะมันมีสิ่งมีชีวิตมากมายในทะเลลึกลึกนอกจากนี้ยังสามารถเห็นการพัฒนาการที่ความหลากหลายมากมายของสิ่งมีชีวิตเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอยู่อีกทั้งยังมีห่วงโซ่อาหารและขยะหรือจากซากสัตว์
แบคทีเรียต่างๆตั้งแต่อดีตจนถึงประมาณปลายศตวรรษที่19
มนุษย์เชื่อว่าใต้ทะเลลึกนั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ จนกระทั้งช่วงปี ค.ศ.1872-1876
เรือขุดเจาะและเรือลากได้นำสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกมากมายขึ้นมาให้ได้เห็นกันแต่ถึงอย่างนั้นนักวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่20
ก็ยังคิดว่าสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกนั้นเป็นเรื่องเหลวไหลและงมงาย
เพราะทะเลลึกเป็นสถานที่ๆ มืดมิดแรงกดดันของน้ำมหาศาลและมีอุณหภูมิหนาวเย็นจึงทำให้พวกเขาคิดเช่นนั้น
แต่สิ่งที่เป็นจริงนั้นกับตรงกันข้ามเพราะแหล่งที่อยู่อาศัยของสายพันธุ์ทะเลส่วนมากในมหาสมุทรอยู่ที่ระดับความลึกที่ต่ำกว่า
200 เมตรลงไป ในปี1960
(พ.ศ.2503) ยานสำรวจน้ำลึกตรีเอสเตได้ลงไปสำรวจที่ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาทางใต้ของหมู่เกาะมาเรียนาใกล้กับเกาะกวมในระดับความลึก
10,911 เมตร (35,797
ฟุต 6.780 ไมล์) ซึ่งลึกที่สุดในโลกซึ่งถ้านำมาวัดกับยอดเขาเอเวอเรสต์ยอดของมันจะจมอยู่ใต้น้ำถึง
1 ไมล์ และเมื่อยานสำรวจน้ำลึกตรีเอสเตถึงความลึก 10,911 เมตร มันได้ปล่อยยานสำรวจน้ำลึกไคโกะเพื่อทำการสำรวจเพิ่มเติมและเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตและในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน
พ.ศ.2552 ก็ได้นำยานสำรวจน้ำลึกนีรีอัสกลับไปสำรวจที่แชลเลนเจอร์ดีปอีกครั้งเพื่อทำการดำน้ำสามครั้งให้มีระดับความลึกมากกว่า 10,900 เมตร ขณะนี้มีเพียงประมาณ 1%
ของท้องทะเลลึกทั้งหมดทีมนุษย์เคยสำรวจ
โดยเมื่อเทียบกับการศึกษาจักรวาลแล้วเรายังรู้จักจักรวาลและดวงจันทร์ดีกว่าทะเลลึกเสียอีก
เนื่องจากไม่มีใครรู้เรื่องของอายุขัยบนพื้นมหาสมุทรลึกหรือการค้นพบโคโลนีที่เจริญเติบโตของกุ้งและสิ่งมีชีวิตอื่นๆรอบๆปล่องแบบน้ำร้อนในช่วงปลายทศวรรษ1970 ซึ่งก่อนที่จะมีการค้นพบปล่องแบบน้ำร้อนนั้นนักวิทยาศาสตร์ได้มีการยอมรับว่าทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกได้รับพลังงานที่มาจากดวงอาทิตย์
ซึ่งจากการค้นพบปล่องแบบน้ำร้อนนี้ทำให้พบว่าสิ่งมีชีวิตทะเลลึกได้รับสารอาหารและพลังงานโดยตรงจากแหล่งความร้อนและปฏิกิริยาทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของแร่
ซึ่งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีแสงและใช้ออกซิเจนในน้ำเกลือที่มีอุณหภูมิ
300 ° F (150 ° C)และพวกมันยังได้รับการยังชีพของพวกมันโดยใช้ไฮโดรเจนซัลไฟด์ซึ่งเป็นพิษอย่างมากต่อสิ่งมีชีวิตบนผิวโลกการค้นพบสิ่งมีชีวิตที่ทรหดและอยู่ในสถานที่ๆ
เลวร้ายเหล่านี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องเปลี่ยนความคิดของพวกเขาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการกำเนิดสิ่งมีชีวิตและการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตในที่อื่นๆ ของจักรวาลทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่ายูโรปา (ดาวบริวาร) ซึ่งเป็นดวงจันทร์ดวงหนึ่งของดาวพฤหัสบดีอาจจะสามารถรองรับชีวิตใต้พื้นผิวน้ำแข็งได้โดยอาจมีสภาพเหมือนกันกับใต้ทะเลลึกของโลก
2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล
สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล
สามารถแบ่งแหล่งที่อยู่ได้เป็น 7
หัวข้อใหญ่ ได้แก่
2.1.1. สัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตนํ้าขึ้นนํ้าลง ตามปกติแล้วระดับนํ้าของทะเลจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นประจำทุกวัน คือ วันละครั้งหรือสองครั้ง เนื่องจากอิทธิพลของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ โดยเราทราบได้จากการสังเกตในเวลาที่มี นํ้าขึ้น-นํ้าลง ตามชายฝั่งหรือตามเกาะต่างๆ โดยทั่วๆ ไปบริเวณเขตนํ้าขึ้น-นํ้าลง จะมีสิ่งมีชีวิตนานาชนิดอาศัยอยู่มากมาย ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของบริเวณเขตนํ้าขึ้น-นํ้าลงและสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นบริเวณเขตนํ้าขึ้น-นํ้าลงนั้น จะมีลักษณะแตกต่างกันไป ซึ่งเราสังเกตเห็นได้อย่างเด่นชัด เช่น หาดทราย หาดหินและหาดโคลน เป็นต้น ตามธรรมชาติตามแอ่งนํ้าขึ้น-นํ้าลงเช่นนี้จะพบ กุ้ง ลูกปลาบางชนิด หอยนางรม ปูเสฉวน เม่นทะเล ดอกไม้ทะเล ดาวทะเล 2.1.2. ปลาในแนวปะการัง บริเวณแนวปะการังนับเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง ของทะเล เพราะสัตว์ทะเลหลายชนิดอาศัยบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่หลบซ่อนภัยและเป็นแหล่งอาหาร นอกจากนี้แล้วยังใช้เป็นที่สำหรับผสมพันธุ์ วางไข่และเจริญเติบโตของสัตว์ตัวอ่อนอีกด้วย สำหรับปลาที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็นปลาที่มีขนาดและมีสีสันสวยงาม เช่น ปลาสลิด ปลาการ์ตูน ปลาเขียวพระอินทร์ ปลาผีเสื้อและปลาโนรี เป็นต้น
2.1.1. สัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตนํ้าขึ้นนํ้าลง ตามปกติแล้วระดับนํ้าของทะเลจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นประจำทุกวัน คือ วันละครั้งหรือสองครั้ง เนื่องจากอิทธิพลของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ โดยเราทราบได้จากการสังเกตในเวลาที่มี นํ้าขึ้น-นํ้าลง ตามชายฝั่งหรือตามเกาะต่างๆ โดยทั่วๆ ไปบริเวณเขตนํ้าขึ้น-นํ้าลง จะมีสิ่งมีชีวิตนานาชนิดอาศัยอยู่มากมาย ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของบริเวณเขตนํ้าขึ้น-นํ้าลงและสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นบริเวณเขตนํ้าขึ้น-นํ้าลงนั้น จะมีลักษณะแตกต่างกันไป ซึ่งเราสังเกตเห็นได้อย่างเด่นชัด เช่น หาดทราย หาดหินและหาดโคลน เป็นต้น ตามธรรมชาติตามแอ่งนํ้าขึ้น-นํ้าลงเช่นนี้จะพบ กุ้ง ลูกปลาบางชนิด หอยนางรม ปูเสฉวน เม่นทะเล ดอกไม้ทะเล ดาวทะเล 2.1.2. ปลาในแนวปะการัง บริเวณแนวปะการังนับเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง ของทะเล เพราะสัตว์ทะเลหลายชนิดอาศัยบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่หลบซ่อนภัยและเป็นแหล่งอาหาร นอกจากนี้แล้วยังใช้เป็นที่สำหรับผสมพันธุ์ วางไข่และเจริญเติบโตของสัตว์ตัวอ่อนอีกด้วย สำหรับปลาที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็นปลาที่มีขนาดและมีสีสันสวยงาม เช่น ปลาสลิด ปลาการ์ตูน ปลาเขียวพระอินทร์ ปลาผีเสื้อและปลาโนรี เป็นต้น
2.1.3. การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตในทะเลเหมือนกับสิ่งมีชีวิตบนบกคือ
มีการอยู่ร่วมกันและพึ่งพาอาศัยกัน ในรูปแบบต่างๆ เช่น การอยู่ร่วมกันแบบที่
เรียกว่า “ซิมไบโอซิส” (Symbiosis) ซึ่งหมายถึงการที่สิ่งมีชีวิตสองชนิดอาศัยอยู่รวมกันหรืออยู่ปนกันโดยต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน
เช่น ปลาการ์ตูนหรือปลาอินเดียแดงสามารถอยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเล (sea anemone) ได้ โดยที่ปลาเหล่านี้จะอาศัยดอกไม้ทะเลเป็นที่หลบภัยและสืบพันธุ์
ส่วนดอกไม้ทะเลจะได้รับประโยชน์จากปลาโดยการล่อเหยื่อหรือชักนำเหยื่อให้เข้ามาใกล้พอที่ดอกไม้ทะเลจะจับเป็นอาหารได้
ดอกไม้ทะเลมีหนวดอยู่เป็นจำนวนมากและที่บริเวณปลายหนวดของมันจะมีเข็มพิษหรือ
ที่เรียกว่า “นีมาโตซีส” (Nematocyst) อยู่เป็นจำนวนมาก
นอกจากเข็มพิษนี้แล้ว บริเวณหนวดของดอกไม้ทะเลอาจมีเมือกเหนียวๆ อยู่ด้วย
เวลาที่ปลาว่ายเข้ามาใกล้ตัวมันจะใช้หนวดพันปลาไว้ แล้วจะปล่อยเข็มพิษ
ทำให้ปลาสลบหรือช็อคตายแล้วกินปลานั้นเป็นอาหารสำหรับเข็มพิษของดอกไม้ทะเลเหล่านี้ไม่เป็นอันตรายต่อปลาการ์ตูน
ปลาอินเดียแดงหรือปลาที่อยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเลเหล่านี้
เพราะปลาดังกล่าวมีสารเคมีที่มีลักษณะเป็นเมือกหุ้มตัวอยู่โดยรอบ ซึ่งเป็นลักษณะที่ธรรมชาติสรรค์สร้างให้มันอาศัยอยู่ร่วมกัน
โดยทั่วๆ ไปดอกไม้ทะเลอาจไม่มีพิษกับคน
ยกเว้นในกรณีของบางคนอาจมีอาการแพ้เกิดขึ้นถ้าไปสัมผัสเข้าโดยจะเกิดผื่นแดงและมีอาการคันหรือบวมได้ 2.1.4. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังนํ้าเค็ม เป็นสัตว์โครงร่างแข็งที่ไม่ใช่กระดูกอยู่ภายในลำตัวและบางชนิดมีเปลือกแข็งหุ้มอยู่ภายนอก
เพื่อป้องกันอันตรายและใช้ยึดของกล้ามเนื้อ เช่น หอย หมึก กุ้ง หนอนทะเลและฟองน้ำ
ว่าเป็นสัตว์กลุ่มใหญ่ในทะเลและมหาสมุทร
สัตว์จำพวกนี้มีลักษณะแตกต่างกันออกไปทั้งขนาด รูปร่าง
ที่อยู่อาศัยและอุปนิสัยในการกินอาหารบางชนิดมีอันตรายแต่หลายชนิดก็มีประโยชน์และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
สัตว์เหล่านี้ได้แก่ สัตว์ในไฟลั่มโพริเฟอร์รา (Phylum Porifera) ไฟลั่มซีเลนเทอราต้า(Phylum Coelenterata) ไฟลั่มมอลลัสกา(Phylum
Mollusca) ไฟลั่มอาร์โทรโปดา (Phylum Arthropoda)และไฟลั่มเอคไคโนเดิร์มมาต้า(Phylum Echinodermata) เป็นต้น 2.1.5. ปลาเศรษฐกิจ
ในทะเลและมหาสมุทรเขตร้อนเป็นบริเวณที่ค่อนข้างมีปลาชุกชุมและปลาหลายชนิดเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเกี่ยวกับประเภทของปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจนั้นสามารถแบ่งออกเป็น
2 พวก คือ
2.1.5.1. พวกที่นำมาเป็นอาหาร
ส่วนมากเป็นปลาที่พบเห็นโดยทั่วไปและชาวประมงจับขึ้นมาเป็นส่วนใหญ่
เนื่องจากปลาเศรษฐกิจที่นำมาเป็นอาหารนั้นมีจำนวนมาก เช่น ปลากะรัง
หรือที่เรียกกันว่า “ปลาเก๋า” นอกจากนี้ก็มีปลากะพงชนิดต่างๆ
ปลาอีคุด ปลาสีขน ปลาสร้อยนกเขาและปลาหูช้าง เป็นต้น
2.1.5.2. พวกที่นำมาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ส่วนมากเป็นที่อาศัยอยู่ในบริเวณปะการัง ได้แก่ ปลาสลิดทะเล ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง ปลาสินสมุทร ปลาผีเสื้อ ปลาข้าวเม่านํ้าลึก ปลาเหล่านี้นอกจากจะนำมาเป็นอาหารได้แล้ว ปัจจุบันยังนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงามด้วย ทำให้มีราคาค่อนข้างแพง เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ฉะนั้นเราจึงจัดปลาสวยงามเหล่านี้ไว้ในกลุ่มปลาเศรษฐกิจด้วย ปลาในกลุ่มนี้มีลักษณะหลายแบบแตกต่างกันออกไป บางชนิดมีลวดลายและสีสันที่เป็นการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและเพื่ออำพรางศัตรู เช่น ปลาผีเสื้อปากยาว จะสังเกตเห็นว่าครีบหลังมีจุดดำขนาดใหญ่ ซึ่งนักมีนวิทยาสันนิษฐานว่าจุดดำขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงครีบหลังของปลาผีเสื้อปากยาวนั้นมีลักษณะดูคล้ายกับตาของปลาที่มีขนาดใหญ่จึงทำให้ปลาอื่นๆ ไม่กล้าเข้ามาทำอันตราย นอกจากนี้แล้วม้านํ้าซึ่งเป็นปลาที่มีรูปร่างแปลกจัดเป็นปลาเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งด้วยเพราะนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาตู้และยังส่งเป็นสินค้าออกในรูปของการตากแห้งเพราะว่าม้านํ้านี้ใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของยาจีน
2.1.6. ปลารูปร่างแปลกและปลามีพิษ ปลาบางชนิดมีรูปร่างแปลก โดยมีรูปร่างหรือสีกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เพื่อหลบหลีกศัตรูหรือพรางตาเหยื่อ ปลาบางจำพวกนอกจากมีรูปร่างแปลกแล้ว ยังมีสีสันสวยงามและมีพิษด้วย ปลาประเภทนี้มีประมาณ 500 ชนิด รวมถึงปลาบางชนิดที่รับประทานแล้วเป็นพิษต่อมนุษย์ โดยทั่วไปปลาทะเลต่างๆ นั้นมีรูปร่างผิดแปลกแตกต่างกันไปตามอุปนิสัยการกินอาหารการหลบซ่อนตัวหรือการอยู่อาศัย บางชนิดมีรูปร่างแบนลง เพื่อให้เหมาะสมกับการหากินบริเวณหน้าดิน เช่น ปลากระเบน ปลาลิ้นหมา ปลาวัว ปลาไหลทะเล ปลาปักเป้า ปลาสิงโต ปลาเหาฉลาม ปลาฉลามกบ
2.1.7. ปลาที่อาศัยในมหาสมุทร ในทะเลและมหาสมุทรมีปลาขนาดใหญ่หลายชนิดอาศัยอยู่ มีขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ปลาที่มีขนาดเล็กรวมทั้งพวกที่มีสีสันสวยงามหลายพวก มักจะอาศัยอยู่ใกล้ฝั่งหรืออยู่ในที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ มีที่กำบังและหลบภัยอาศัยอยู่มากในช่วงความลึก ไม่เกิน 1,000 เมตร จากผิวนํ้า ได้แก่ ปลาที่เรารู้จักดี เช่น ปลาโอ ปลากะพงขาว ปลาหมอทะเล ปลาอินทรีย์ ปลากระเบน ปลาหมอทะเล ปลาฉลาม เป็นต้น ปลาอีกหลายชนิดอาศัยอยู่ลึกลงไปเกือบถึงพื้นสมุทร ซึ่งลึกประมาณ 2,000 เมตร เช่น ปลาคอด เป็นต้น
2.1.5.2. พวกที่นำมาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ส่วนมากเป็นที่อาศัยอยู่ในบริเวณปะการัง ได้แก่ ปลาสลิดทะเล ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง ปลาสินสมุทร ปลาผีเสื้อ ปลาข้าวเม่านํ้าลึก ปลาเหล่านี้นอกจากจะนำมาเป็นอาหารได้แล้ว ปัจจุบันยังนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงามด้วย ทำให้มีราคาค่อนข้างแพง เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ฉะนั้นเราจึงจัดปลาสวยงามเหล่านี้ไว้ในกลุ่มปลาเศรษฐกิจด้วย ปลาในกลุ่มนี้มีลักษณะหลายแบบแตกต่างกันออกไป บางชนิดมีลวดลายและสีสันที่เป็นการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและเพื่ออำพรางศัตรู เช่น ปลาผีเสื้อปากยาว จะสังเกตเห็นว่าครีบหลังมีจุดดำขนาดใหญ่ ซึ่งนักมีนวิทยาสันนิษฐานว่าจุดดำขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงครีบหลังของปลาผีเสื้อปากยาวนั้นมีลักษณะดูคล้ายกับตาของปลาที่มีขนาดใหญ่จึงทำให้ปลาอื่นๆ ไม่กล้าเข้ามาทำอันตราย นอกจากนี้แล้วม้านํ้าซึ่งเป็นปลาที่มีรูปร่างแปลกจัดเป็นปลาเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งด้วยเพราะนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาตู้และยังส่งเป็นสินค้าออกในรูปของการตากแห้งเพราะว่าม้านํ้านี้ใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของยาจีน
2.1.6. ปลารูปร่างแปลกและปลามีพิษ ปลาบางชนิดมีรูปร่างแปลก โดยมีรูปร่างหรือสีกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เพื่อหลบหลีกศัตรูหรือพรางตาเหยื่อ ปลาบางจำพวกนอกจากมีรูปร่างแปลกแล้ว ยังมีสีสันสวยงามและมีพิษด้วย ปลาประเภทนี้มีประมาณ 500 ชนิด รวมถึงปลาบางชนิดที่รับประทานแล้วเป็นพิษต่อมนุษย์ โดยทั่วไปปลาทะเลต่างๆ นั้นมีรูปร่างผิดแปลกแตกต่างกันไปตามอุปนิสัยการกินอาหารการหลบซ่อนตัวหรือการอยู่อาศัย บางชนิดมีรูปร่างแบนลง เพื่อให้เหมาะสมกับการหากินบริเวณหน้าดิน เช่น ปลากระเบน ปลาลิ้นหมา ปลาวัว ปลาไหลทะเล ปลาปักเป้า ปลาสิงโต ปลาเหาฉลาม ปลาฉลามกบ
2.1.7. ปลาที่อาศัยในมหาสมุทร ในทะเลและมหาสมุทรมีปลาขนาดใหญ่หลายชนิดอาศัยอยู่ มีขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ปลาที่มีขนาดเล็กรวมทั้งพวกที่มีสีสันสวยงามหลายพวก มักจะอาศัยอยู่ใกล้ฝั่งหรืออยู่ในที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ มีที่กำบังและหลบภัยอาศัยอยู่มากในช่วงความลึก ไม่เกิน 1,000 เมตร จากผิวนํ้า ได้แก่ ปลาที่เรารู้จักดี เช่น ปลาโอ ปลากะพงขาว ปลาหมอทะเล ปลาอินทรีย์ ปลากระเบน ปลาหมอทะเล ปลาฉลาม เป็นต้น ปลาอีกหลายชนิดอาศัยอยู่ลึกลงไปเกือบถึงพื้นสมุทร ซึ่งลึกประมาณ 2,000 เมตร เช่น ปลาคอด เป็นต้น
2.3 สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก 2.3.1.สัตว์ทะเล
ปลาอีรี
เป็นปลาที่อยู่ในยุคดึกดำบรรพ์ที่ยังไม่สูญพันธุ์
พวกมันอาศัยอยู่ในใต้ท้องทะเลลึกมานานกว่าหลายล้านปี
ปลาชนิดนี้เราจะไม่ได้พบเห็นตอนมันมีชีวิตอยู่แต่เราจะเห็นตอนมันตาย
เนื่องจากปลาชนิดนี้ต้องดำลึกลงไปมากกว่า 1,000 เมตร
ในมหาสมุทรถึงจะพบ แต่ปัจจุบันปลาชนิดนี้ใกล้สูญพันธุ์แล้วปลาอีรี
มีลักษณะที่น่ากลัวคือปากของปลาชนิดนี้มีฟันที่แหลมคมมีลักษณะคล้ายเข็มอยู่มากในปากของปลาอีรี
ทากทะเลที่อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลนั้นมีมากมายหลายสีสันคล้ายกับสีรุ้ง
ทากทะเลส่วนใหญ่นั้นเป็นสัตว์กินเนื้อที่มีขากรรไกรเต็มไปด้วยฟันแหลมๆ เรียกว่า
เรดุลล่า ฟันเหล่านี้ถูกใช้เพื่อแทะเอาเนื้อออกมาจากปลาโชคร้ายที่ว่ายน้ำผ่านไป ถึงแม้ว่าทากทะเลส่วนใหญ่นั้นมีความยาวน้อยกว่า 5
เซนติเมตร บางสปีชีส์นั้นก็สามารถยาวได้ถึง 30.5 เซนติเมตร “”””””””””””””””””” 3. ปลาไวเปอร์ (Viperfish)
ส่วนมากสีของมันจะดำสนิทมันมีฟันเหมือนเข็มยาวและคมมากมีขากรรไกรเหมือนบานพับปลาไวเปอร์นั้นถือเป็นนักล่าขนาดเล็กเนื่องจากมันมีขนาดยาวประมาณ
30-60 เซนติเมตรเท่านั้น
แต่มันก็อาศัยอยู่ในความลึกถึง 80 - 4,400 เมตรซึ่งในความมืดมิดนั้น
มันจะมีการเรืองแสงเป็นจุดๆ ที่เรียกว่าphotophores
เป็นลายไปตามท้องของมัน มีทั้งหมด 9 ชนิด
ส่วนมากอายุโดยเฉลี่ย 15-30 ปีในตอนกลางวันพวกมันจะอยู่บริเวณน้ำลึกในเวลากลางคืนส่วนใหญ่อยู่ในเขตน่านน้ำเขตร้อน พวกมันมีอายุขัยได้ถึง 40-30 ปี แต่อาจอยู่ไม่ถึงเนื่องจากจะตกเป็นเหยื่อของฉลามและโลมา
พวกมันสามารถว่ายน้ำได้ไม่เร็วมากนัก
ตัวของมันนั้นถึงดูเหมือนปกคุมด้วยเกล็ดแต่ไม่ใช่เพราะพวกมันมีสารอื่นปกคลุม
เป็นปลาฉลามน้ำลึกขนาดใหญ่ที่พบได้ยากมาก
หลังจากพบครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1976 จากการติดกับสมอของเรือรบ AFB 14
ของกองทัพเรือสหรัฐ เมื่อกว้านขึ้นมาพบเป็นซากปลาฉลามขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครรู้จักเหมือนสัตว์ประหลาดขนาดความยาวประมาณ 4.5 เมตร น้ำหนักราว 3-4 ตัน มีจุดเด่นคือ ปากที่กว้างใหญ่มากและฟันซี่แหลมๆ เหมือนเข็มอยู่ทั้งหมด 7 แถว ซึ่งมีความยาวไม่เกิน 5
มิลลิเมตร นักวิทยาศาสตร์เมื่อได้ศึกษาแล้วพบว่าเป็นปลาชนิดใหม่และมีจุดที่แตกต่างไปจากปลาฉลามทั่วไป
จึงจัดให้อยู่ในสกุล Megachasma และวงศ์ Megachasmidae ซึ่งยังมีเพียงชนิดนี้ชนิดเดียวเท่านั้น
แตงกวาทะเล มักคลานไปทั่วพื้นทะเลอย่างช้าๆ ซึ่งแตงกวาทะเลมีสิ่งที่น่ากลัวก็ก็คือการปล่อยสารเคมีพิษชื่อ
โฮโลธูริน ออกมาเมื่อโดนรบกวนหรือทำร้าย ซึ่งสารเคมีนี้สามารถฆ่าหรือทำให้สัตว์
แถวนั้นขยับร่างกายไม่ได้
เป็นปลาที่มีลำตัวยาวราวกับงู มีความยาวได้มากที่สุดเพียง 40 เซนติเมตร มีขนาดเล็ก เป็นสัตว์เรืองแสงที่หากินตามท้องทะเลนี้
มีอวัยวะปล่อยแสงที่ตั้งอยู่ตามพุงซึ่งถูกเอาไว้ใช้หลอกนักล่าโดยการเปลี่ยนภาพเงาของตัวเอง
นอกจากนี้ปลามังกรดำจะมี "ไฟฉาย" ตั้งอยู่ตรงตาทั้ง 2 ซึ่งถูกใช้ในการมองหาเหยื่อหรือส่งสัญญาณให้เพศตรงข้าม
ปลามังกรดำนี้เป็นปลาฟันแหลม
ปลาสตาร์เกเซอร์ (แปลได้ว่านักดูดาว)
มีรูปร่างโดยรวม คือ ลำตัวยาว กลมหรือแบนลงเล็กน้อย ส่วนหัวแบนลง
มองคล้ายเป็นสี่เหลี่ยม ส่วนหางแบนข้าง ตามีขนาดเล็กอยู่ทางด้านบนของส่วนหัว
ปากเชิดอยู่ในแนวดิ่ง ฟันมีขนาดเล็กปลายแหลม บนขากรรไกร เกล็ดเป็นแบบขอบบางเรียบ
ขนาดเล็กฝังอยู่ใต้ผิวหนัง ครีบหลังมีก้านครีบแข็งสั้น แต่แข็งแรง
ส่วนฐานของก้านครีบอ่อนของครีบหลัง และครีบก้นยาว
ครีบอกกว้างฐานครีบท้องอยู่ชิดกันและอยู่หน้าครีบอกตำแหน่งจูกูลาร์
ส่วนหัวไม่มีเกล็ดแต่มี โบนี่ แพลท ปกคลุม ครีบหางตัดตรงหรือมนเล็กน้อย ปลาสตาร์เกเซอร์มีลักษณะพิเศษคือ
มีดวงตาอยู่บนส่วนยอดของหัว
ปากขนาดใหญ่ มีครีบที่มีพิษใช้ป้องกันตัว และอาจป้องกันตัวเองด้วยกระแสไฟฟ้า มักฝังตัวอยู่ใต้พื้นทรายเพื่อคอยดักจับเหยื่อ ในบางชนิดจะมีรยางค์รูปร่างคล้ายหนอนยื่นออกมาจากปากเพื่อล่อเหยื่อ
มีขนาดลำตัวยาว ตั้งแต่ 18 เซนติเมตร ถึง 90 เซนติเมตร
ปลาไหลมอเรย์ รูปร่างเรียวยาวเหมือนปลาไหลทั่วไป ไม่มีครีบอก ครีบหลังเชื่อมต่อกับครีบก้นและครีบหาง
โดยมีจุดเด่นร่วมกันคือ มีส่วนปากที่แหลม
ไม่มีเกล็ดแต่มีหนังขนาดหนาและเมือกลื่นแทน เหงือกของปลาไหลมอเรย์ยังลดรูป
เป็นเพียงรูเล็กๆ อยู่ข้างครีบอกที่ลดรูปเหมือนกัน
เลยต้องอ้าปากช่วยหายใจเกือบตลอดเวลา คล้ายกับการที่อ้าปากขู่
นอกจากนี้แล้วภายในกรามยังมีกรามขนาดเล็กซ้อนกันอยู่ข้างใน ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงคอหอย แต่จะออกมาซ้อนกับกรามใหญ่เมื่อเวลาอ้าปาก ใช้สำหรับจับและขบกัดกินอาหารไม่ให้หลุด ปลาไหลมอเรย์เป็นปลาที่กินเนื้อเป็นอาหาร
ออกหากินในเวลากลางคืน โดยการล่าเหยื่อด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทางกลิ่น ที่เป็นแท่งเล็กๆ
ยื่นอยู่ตรงปลายปาก 2 แท่งคล้ายจมูก ซึ่งอวัยวะส่วนนี้มีความไวต่อกลิ่นมาก โดยเฉพาะกลิ่นคาวแบบต่างๆ เช่น
กลิ่นเลือดหรือกลิ่นของสัตว์ที่บาดเจ็บมีบาดแผล อาหารได้แก่ ปลาทั่วไป
รวมถึงสัตว์ที่มีกระดองแข็งเช่น กุ้ง กั้ง ปู รวมถึงหมึกด้วยโดยปกติแล้วปลาไหลมอเรย์จะอาศัยอยู่ตามโพรงหินหรือซอกปะการังในแนวปะการัง โดยยื่นแต่เฉพาะส่วนหัวโผล่ออกมาราว 1/4 ของความยาวลำตัว พร้อมกับอ้าปากส่ายหัว
เพื่อป้องกันถิ่นที่อยู่อาศัยและหาเหยื่อที่จะออกมาว่ายน้ำนั้นจะเป็นช่วงเวลากลางคืนที่หาอาหาร ปลาไหลมอเรย์มีกรามที่แข็งแรงและฟันที่แหลมคม
แม้จะมีหน้าตาน่ากลัว แต่ไม่ใช่เป็นปลาที่ดุร้าย กลับกันกลับเป็นปลาที่รักสงบ
แต่จะจู่โจมใส่ผู้ที่บุกรุก โดยหลายครั้งที่นักประดาน้ำไปเผลอรบกวนโดยไม่ได้ตั้งใจ
ก็อาจถูกกัดเป็นแผลเหวอะหวะถึงขั้นนิ้วขาดได้ เพราะฟันที่แหลมคมและการกัดที่ไม่ปล่อย
และอีกช่วงที่ปลาไหลมอเรย์จะดุร้าย คือ ในฤดูผสมพันธุ์
ปลาซีโรบิน สามารถพบได้ในน่านน้ำเขตร้อนลึกๆ
ทั่วโลกพวกมันมีเกล็ดแข็งๆ และหนวดตรงคางเพื่อเอาไว้หลอกเหยื่อ
มีลักษณะรูปร่างที่น่ากลัวเขี้ยวยาวมี 2 ชนิดใหญ่ๆ
โดยพวกมันเป็นอาศัยในน้ำลึกพบได้ทั่วโลก ส่วน Anoplogaster Brachycera อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนและมหาสมุทรแอตแลนติกตัวที่โตเต็มวัยมีหลากสีตั้งแต่
น้ำตาลแก่จนถึงดำ ในขณะที่ตัวที่อายุยังน้อยมีลักษณะต่างกันโดยสิ้นเชิง
เพราะมีสีเทาสว่างและมีหนามยาวบนหัวหรือ
ดวงตาของมันมีขนาดเล็กขากรรไกรขนาดใหญ่และเขี้ยวที่ยาวและคม
รูปร่างเหมือนสัตว์ประหลาด ตัวโตเต็มวัยของมันก็มีขนาดความยาวแค่ 6 นิ้ว แถมมีลำตัวสั้นและหัวขนาดใหญ่ แฟงค์ทูธ
ตั้งชื่อตามตัวปลาที่มีฟันยาวและคม เหมือนเขี้ยวเรียงตัวกันอยู่ในปากขนาดใหญ่ แฟงค์ทูธเป็นอีกสายพันธุ์สุดขั้วที่อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกลงไปถึง
16,000 ฟุต ด้วยความลึกระดับนี้
แรงดันน้ำจึงมีระดับสูงและเย็นมากจนแทบจะเป็นน้ำแข็งอาหารจึงเป็นสิ่งหายาก
ดังนั้นแฟงค์ทูธจึงกินทุกอย่างที่หาได้และอาหารส่วนใหญ่ก็ตกลงมาจากทะเลด้านบน
เจ้าปลาแฟงค์ทูธสามารถพบเจอได้ทั่วโลก
หมึกแวมไพร์ เป็นสัตว์ที่มีอายุอยู่มานานกว่า 200 ล้านปีแล้ว
โดยจัดอยู่ในวงศ์ Vampyroteuthidaeและสกุล Vampyroteuthis ซึ่งมีเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่ยังดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นสายที่เชื่อมต่อระหว่างหมึกสายกับหมึกกล้วย หมึกแวมไพร์
ได้ชื่อนี้มาจากรูปร่างหน้าตาที่แลดูน่ากลัว
โดยมีพังผืดเชื่อมต่อกันระหว่างหนวดแต่ละเส้นทั้งหมด 8 เส้น
เสมือนร่มหรือครีบ แลดูคล้ายเสื้อคลุมตัวใหญ่ ใช้สำหรับว่ายไปมาเหมือนการบินของนกหรือค้างคาว
แต่หมึกแวมไพร์กลับเป็นสัตว์ที่ไม่มีอันตรายใดๆ มีความยาวเต็มที่ประมาณ 28 เซนติเมตรเท่านั้น มีสีผิวน้ำตาลแดงปนดำ
ด้านในของลำตัวเป็นสีดำสนิทและมีหนามแหลมๆ เรียงตัวตามแนวของหนวด
มีดวงตากลมโตสีแดงก่ำหรือสีน้ำเงินหมึกแวมไพร์ เป็นหมึกที่อาศัยอยู่ในทะเลลึกที่มีความลึกตั้งแต่
300-3,000 เมตร
เป็นสถานที่ ไม่มีแสงและมีปริมาณออกซิเจนน้อย
แต่หมึกแวมไพร์ก็อาศัยอยู่ได้เป็นอย่างดีและมักตกเป็นอาหารของสัตว์ทะเลที่มีขนาดใหญ่กว่าได้
จึงมีกลไกในการป้องกันตนเองด้วยการเรืองแสงลำตัวตัวเองได้ ซึ่งเกิดจากแบคทีเรีย ที่ส่องแสงเรืองๆ
เป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน ซึ่งทำให้ตาของผู้ที่มาคุกคามพร่ามัว
ไอโซพอดจัดว่าเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่พบฟอสซิลตั้งแต่ในยุคคาร์บอนิเฟอรัส
ซึ่งแตกต่างเพียงเล็กน้อยไปจากกลุ่ม Phreatoicidean ยุคใหม่ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดทางซีกโลกใต้นอกจากนั้นไอโซพอดแต่ละชนิดมีนิสัยและพฤติกรรมต่างกันผู้คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักไอโซพอด
ในรูปแบบของแมลงเช่น จำพวกปลวกที่จะพบได้ในบริเวณชื้นๆ ที่ค่อยมีแสงเท่าไร
แต่ว่าไอโซพอดหลายชนิดจะอยู่ในทะเลเป็นส่วนใหญ่บางชนิดจะมีขนาดใหญ่และมีหนามชนิดนี้มักจะอยู่ในบริเวณแถบทะเลลึกแต่ไม่ใช่ว่าชนิดที่อยู่ในทะเลลึกจะมีขนาดใหญ่หมดทุกตัวทุกชนิดเพราะสภาพแวดล้อมที่มันอยู่จะต้องแก่งแย่งอาหารกับสัตว์ที่มีขานดใหญ่กว่าและยังมีไอโซพอดบางชนิดที่มักจะอาศัยอยู่บริเวณก้นทะเลและบริเวณที่มีพืชในทะเลอยู่นั้นแต่ละชนิดจะมีรูปร่างไม่เหมือนกันเลยแม้แต่นิดเดียวแต่ว่ามันมีบางสิ่งที่คล้ายกัน
(มันเลยเรียกว่า ไอโซพอด) พวกมันไม่มีเปลือกแข็งหรือกระดองหุ้มตัว
มีหัวขนาดเล็กที่มีหนวด 2 คู่อยู่บริเวณหัวและมีตา 1 คู่บริเวณปากของมันจะมีรยางค์หรือแขนส่วนบนของมันเป็นคู่อยู่รยางค์นี้เราเรียกว่า
maxilliped บริเวณขาของมันนั้นจะมีจำนวน 7 คู่ บริเวณนั้น ในขาข้อแรกจะไม่มีหนามอยู่
ไอโซพอด มีจำนวนเป็น 10,000 สปีชีส์ ทั่วโลก
แม้กระทั่งในทะเลทราย
ส่วนใหญ่แล้วจะอาศัยอยู่ในทะเลชนิดที่อยู่ในทะเลส่วนใหญ่จะดำรงชีวิตโดยการใช้ส่วนที่เรียกว่า pleopods ในการแลกเปลี่ยนก๊าซหรือหายใจ สำหรับไอโซพอดที่อยู่บนบกจะมีการพัฒนา pleopods
(พรีโอพอด) เพื่อรับอากาศเข้าไปแลกเปลี่ยนก๊าซได้ เราจะเรียกว่า pseudotrachea
วงจรชีวิตของแต่ละชนิดจะแตกต่างกันไปแต่ในโดยส่วนใหญ่จะมีวงจรชีวิตไม่ถึงปีการสืบพันธุ์ของมันจะเกิดขึ้นเมื่อไอโซพอดเพศเมียทำการลอกคราบโดยส่วนมากนั้นไอโซพอดเพศเมียจะได้รับการคุ้มครองจากไอโซพอดเพศผู้
โดยการแบกไอโซพอดเพศเมียไว้จนว่าจะลอกคราบไอโซพอดบางชนิด
จะมีการผสมพันธุ์เกิดขึ้นภายในร่างกายและบางชนิดจะมีการผสมพันธุ์ภายนอกเช่นปล่อยไข่ไว้ในโพลง
ไอโซพอดจะไม่ออกมาเป็นตัวอ่อนเหมือนอย่างพวกปูหรือกุ้งแต่จะออกมาในลักษณะของรูปแบบเยาว์วัยเลย
ปลาโลงศพมีสีสันสวยงามเหมือนใบไม้แห่งฤดูใบไม้ร่วงมากกว่าจะเป็นโลงศพพวกมันสามารถพบได้ตามพื้นทะเลและมักจะพักผ่อนโดยใช้ครีบเล็กเป็นขาตั้ง
แมงกะพรุนคริสตัลหรือ Aequorea นี้มีร่างกายใสแจ๋วและหนวดยาว 30.5 เซนติเมตร
ที่ทำให้มันดูเหมือนผีลอยหรือโครงกระดูก
แมงกะพรุน (jelly
fish) แมงกะพรุนมีรูปร่างเหมือนร่ม เป็นสัตว์ที่มีลำตัวนิ่มมาก
มีน้ำเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของลำตัวแมงกะพรุน จัดอยู่ในไฟลัมซีเลนเทอราตา (coelenterate)
เคลื่อนที่โดยการหดตัวของเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณขอบร่มและผนังลำตัวทำให้พ่นน้ำออกมาทางด้านล่างส่วนตัวจะพุ่งไปในทิศทางตรงข้ามกับน้ำที่พ่นออกมา
การหดตัวนี้จะเป็นจังหวะทำให้ตัวแมงกะพรุนเคลื่อนไปเป็นจังหวะด้วย
แมงกะพรุนสีแดงเลือดหรือ Atolla wyvillei เป็นสัตว์น้ำลึกที่สามารถปล่อยแสงสีฟ้าน่าสะพรึงกลัวออกมาได้เมื่อโดนรบกวน
แสงที่ปล่อยออกมาจากตัวแมงกะพรุนสีแดงเลือดเป็นเหมือนวงล้อมรอบร่างกาย
ปลาตีนลายจุดหรือ Brachionichthys
hirsutus คือปลาน้ำลึกใกล้สูญพันธุ์และหายากแห่งออสเตรเลย
ปลานตีนลายจุดนี้มีครีบหน้าอกที่เหมือนกับแขนสั้นๆ ติดมือและสามารถว่ายน้ำหรือเดินไปตามพื้นทะเลได้ด้วยครีบเหล่านี้แต่ปลาตีนลายจุดชอบเดินมากกว่าการว่ายนำ้
17. ปลาบาร์เรลอาย (Barreleye)
17. ปลาบาร์เรลอาย (Barreleye)
ปลาบาร์เรลอาย
เป็นปลาน้ำลึกที่ถูกค้นพบ อาศัยอยู่ในน้ำลึกมากกว่า 2000 ฟุต (600
เมตร) บริเวณเขตน่านน้ำแคริฟอร์เนียกลาง ซึ่งเป็นการค้นพบสายพันธ์ใหม่ของปลาที่มีหัวเป็นโดมโปร่งใส
มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 6 นิ้ว (15 เซนติเมตร)
บริเวณส่วนหน้าที่เป็น 2 จุดเล็กเป็นอวัยวะรับกลิ่นและโดมสีเขียวคือตัวกรองแสงอาทิตย์จากด้านบนและมีดวงตาเป็นจุดเล็กๆ
เหนือรูรับกลิ่น
ปลาน้ำแข็งจระเข้หรือปลาเลือดขาว เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็น
บริเวณแอนตาร์คติกาและทางใต้ของอเมริกาใต้
พวกมันมีร่างกายใสและมีเลือดที่ใสเหมือนน้ำ
เนื่องจากเลือดของมันไม่มีฮีโมโกลบินหรือไม่มีเม็ดเลือดแดง
เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังเพียงชนิดเดียวในโลกที่ไม่มีฮีโมโกลบิน ปลาน้ำแข็งจระเข้กินเคย โคพีพอดส์
แพลงก์ตอนและปลาเป็นอาหาร
พวกมันมีระบบเผาผลาญที่อาศัยเพียงออกซิเจนที่ละลายในเลือดใสๆ ของพวกมัน
ที่มีความเชื่อว่า ออกซิเจน จากน้ำถูกดูดซึมเข้าทางผิวหนังของปลาโดยตรง
(ทั่วไปปลาจะดูดซึมออกซิเจนผ่านเหงือก)
สีส้ม เหลือง ดำ ที่ดูสดใสบนตัวของหอยเบี้ยลิ้นเฟมมิงโก้
มันไม่ได้เป็นส่วนนึงของตัวมันแต่เป็นเสมือนเสื้อผ้าที่ปกคลุมอยู่บนหอย ขนาดตัวของมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ
0.98-1.38 นิ้วอาศัยอยู่ในน่านน้ำเขตร้อนของมหาสมุทรแอตแลนติกทางทิศตะวันตกจากนอร์ทแคโรไลนาไปยังชายฝั่งทางตอนเหนือของบราซิล
รวมทั้งเบอร์มิวดา ทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโกและแอนทิลเลสเบี้ยน
มังกรทะเลใบไม้
เป็นปลาทะเลกระดูกแข็งชนิดหนึ่ง เป็นวงศ์เดียวกันกับม้าน้ำ
มีความยาวเต็มที่ได้ประมาณ 35 เซนติเมตร พบทางตอนใต้และตะวันตกของทวีปออสเตรเลีย ถือเป็นปลาเฉพาะถิ่น
มักอาศัยอยู่ในกระแสน้ำอุ่นในความลึกตั้งแต่ 3-50 เมตร
มีจุดเด่นตรงที่มีครีบต่างๆ ลักษณะคล้ายใบไม้หรือสาหร่ายทะเล
ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นปลาที่มีความสวยงามที่สุดในโลก
ซึ่งครีบเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ว่ายน้ำแต่ใช้สำหรับอำพรางตัวจากศัตรูและยังใช้หาอาหารอีกด้วย
กินอาหารจำพวกแพลงก์ตอน กุ้งและ ครัสเทเชียนขนาดเล็กๆ การผสมพันธุ์และวางไข่
เนื่องจากมังกรทะเลใบไม้ไม่มีถุงหน้าท้องเหมือนม้าน้ำ
แต่ตัวเมียมีไข่ติดอยู่กับใกล้ส่วนหางซึ่งเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่มีอยู่มากมายซึ่งพัฒนาขึ้นมาเฉพาะตัวผู้ในช่วงผสมพันธุ์เท่านั้น
เมื่อผสมพันธุ์กันตัวเมียจะวางไข่บริเวณหางของตัวผู้ซึ่งจะม้วนงอเข้า ปริมาณ
ไข่ราว 100-200 ฟอง หรือเต็มที่ 250 ฟอง
ใช้เวลาฟักเป็นตัวราว 4-6 สัปดาห์
หมีน้ำ เป็นสัตว์ขนาดเล็ก เมื่อโตเต็มที่มีขนาดเพียง
1.5 มิลลิเมตร ส่วนตัวที่เล็กที่สุดมีขนาดเพียง 0.1 มิลลิเมตร มันมีมากกว่า 1000 สายพันธุ์
โดยมากเป็นพวกกินพืช ส่วนน้อยกินแบคทีเรียและกินสัตว์ สามารถพบได้ทั่วโลก
ตั้งแต่ที่ยอดเขาหิมาลัยที่ความสูงกว่า 6,000 เมตร
จนถึงในทะเลลึกถึง 4,000 เมตร
ไม่ว่าจะเป็นที่ขั้วโลกหรือในบริเวณเส้นศูนย์สูตร มันอยู่ได้ในที่ที่มีแรงดันสูงถึง
6,000 atm ซึ่งแรงดันปกติที่มนุษย์อยู่ทุกวันนี้คือแรงดันบรรยากาศ
มีค่าเท่ากับ 1 atm เท่านั้น
หมีน้ำได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ทรหดที่สุดในโลก
มันสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า -272.8°C (ได้ประมาณ
1 นาที ) และที่ -200°C ( อยู่ได้ประมาณ
1 วัน ) สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 151
°C ทนรังสีได้มากกว่ามนุษย์ถึง 1,000 เท่า
22. แมงกินลิ้น (Tongue-eating Louse)
22. แมงกินลิ้น (Tongue-eating Louse)
แมงกินลิ้น เป็นปรสิตจำพวกกุ้ง กั้ง ปู
มีความยาวตั้งแต่ 3-4 เซนติเมตร แมงกินลิ้นจะเข้าไปในปากของปลาทางเหงือกและเกาะที่ลิ้นของปลา
แมงกินลิ้นจะใช้ก้ามที่ขาสามคู่หน้าหนีบลิ้นของปลาไว้ทำให้เลือดออก
ยิ่งแมงกินลิ้นตัวโตขึ้น ลิ้นของปลาก็จะมีเลือดไหลเวียนได้น้อยลงเรื่อยๆ
จนกระทั่งลิ้นนั่นฝ่อเนื่องจากขาดเลือด
จากนั้นแมงกินลิ้นจะเอาตัวเองติดกับกล้ามเนื้อลิ้น
ซึ่งปลาจะใช้แมงกินลิ้นได้เหมือนลิ้นปกติ
แมงกินลิ้นจะดูดเลือดหรือไม่ก็กินเนื้อเยื่อของของปลาเป็นอาหาร โดยไม่ได้กินเศษอาหารของปลาแต่อย่างใด
23. ซาล์ป (Salp)
23. ซาล์ป (Salp)
ซาล์ป
เป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่ง ตัวของมันจะโปร่งใส ยาวประมาณ 1-10 เซนติเมตร ลักษณะกลม ตรงกลางป่อง
และมักต่อเป็นลูกโซ่เคลื่อนตัวตามกระแสน้ำ กินสาหร่าย โดยการอ้าปากรับน้ำ ทะเข้าไปแล้วก็กรองน้ำออก
เก็บส่วนที่เป็นอาหารไว้ ซาล์ปถือว่าเป็นสัตว์ที่ช่วยลดโลกร้อนได้
เพราะเวลาซาล์ปกินสาหร่ายเข้าไป
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในสาหร่ายก็จะถูกขับออกมาในรูปของเสียแล้วก็จมลงสู่พื้นทะเล
จึงทำให้ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ผิวน้ำลดลง มักพบได้ในเขตน่านน้ำต่างๆ
ของประเทศออสเตรเลีย
แบล็ค สวอลโลว์
เป็นปลาทะเลน้ำลึก มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 25
เซนติเมตร ซึ่งสามารถขยายท้องตัวเองได้ 3-4 เท่าของขนาดตัวปกติและมีขากรรไกรที่กว้าง
ดังนั้นมันจึงสามารถกลืนปลาที่มีขนาดใหญ่กว่ามันได้ ปลาชนิดนี้จะอยู่ใต้ทะเลลึกประมาณ 700-2,745
เมตร พบได้ในเขตร้อนทั่วโลก
ฉลามก็อบลิน
เป็นปลาฉลามน้ำลึกที่พบเห็นตัวได้ยาก เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวในวงศ์และสกุลเดียวกันนี้ก็ยังดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน
ถือได้ว่าเป็น "ซากดึกดำบรรพ์มีชีวิต" มีความยาวเต็มที่ 3 - 4 เมตร
ปลาฉลามก็อบลินมีลักษณะเด่น คือ
บริเวณส่วนหัวด้านบนที่มีส่วนกระดูกที่ยื่นแหลมออกไปข้างหน้าเหนือกรามบน ในปากเต็มไปด้วยฟันที่แหลมคม
ซึ่งส่วนหัวที่ยื่นยาวออกไปนั้น ด้านล่างประกอบไปด้วยอวัยวะเล็กๆ
หลายร้อยอันที่ทำหน้าที่เหมือนเซนเซอร์ตรวจจับคลื่นไฟฟ้าของสิ่งมีชีวิตต่างๆ
เพื่ออาหารซึ่งได้แก่ ปู หรือสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ที่หลบซ่อนตัวลงในพื้นโคลนใต้ทะเล ซึ่งเป็นสถานที่หาอาหารได้ยากยิ่ง
อีกทั้งกรามยังสามารถขยายออกมาเพื่อพุ่งงับเหยื่อมิให้หลุดไปได้
ฉลามก็อบลินอาศัยอยู่ในเขตน้ำลึกได้มากกว่า 100 เมตร
ซึ่งอาศัยอยู่ในทะเลน้ำลึกแถบมหาสมุทร
แปซิฟิคตอนใต้ไล่ไปจนถึงมหาสมุทรแอตแลนติคและมหาสมุทรอินเดียตอนใต้
ปลาบร็อบสามารถพบเจอได้ในก้นทะเลซึ่งมีความกดอากาศมากกว่าระดับทะเลทั่วไปถึง 12 เท่า โดยปกติแล้วความกดอากาศมากขนาดนี้จะทำให้ประสิทธิภาพของกระเพาะปลาลดต่ำลง
แต่ปลาบร็อบมีหนังเป็นแพวุ้นหุ้มหนาแน่นยิ่งกว่าท้องน้ำ
จึงลอยตัวอยู่เหนือพื้นทะเลได้โดยไม่หมดกำลัง ใช้พลังงานน้อยที่สุด
จึงทำให้ปลาบร็อบไม่จำเป็นต้องมีกล้ามเนื้อ และข้อดีอย่างแรกก็คือมันสามารถทิ้งตัวลงมาจับเหยื่อจากด้านบนจึงเป็นการดีกว่าจะเข้าจู่โจมจากด้านหน้า
เพราะอาจจะได้รับอันตรายจากการที่เหยื่อต่อสู้ได้
ปลาบร็อบอาศัยในน้ำลึกนอกชายฝั่งออสเตรเลียแผ่นดินใหญ่และในแทสแมเนีย
หมึกดัมโบเป็นหมึกตระกูล “Grimpoteuthis” แต่ที่เรียกว่า หมึกดัมโบ้
เนื่องจากหมึกสายพันธุ์นี้มีครีบที่เหมือนใบหูบนหัวคล้ายกับช้างน้อยบินได้ชื่อ “ดัมโบ” จากการ์ตูนดังของวอลต์ดิสนีย์
ครีบนี้ช่วยให้มันว่ายน้ำได้สะดวก
โดยหมึกดัมโบจะเคลื่อนที่ด้วยแรงดันน้ำจากน้ำที่ดูดเข้าไป
ทรงตัวด้วยแขนและครีบซึ่งกระพือ มองดูคล้ายพวกมันบินอยู่ใต้ท้องน้ำลึก
หมึกดัมโบว่ายน้ำลอยเหนือพื้นทะเลได้เล็กน้อย ขณะมองหาเหยื่อ เช่น หนอนทะเล
ปลาตัวเล็ก ดัมโบมีร่างกายอ่อนนุ่มและกึ่งโปร่งใส มีครีบขนาดใหญ่ สองอันบนร่างกาย
พังผืดยึดระหว่างหนวด อาศัยอยู่ในทุกมหาสมุทรที่ระดับน้ำลึกตั้งแต่ 3,000-7,000
เมตร ซึ่งลึกเกินกว่าหมึกสายพันธุ์อื่นจะมีชีวิตอยู่ได้
ปกติหมึกดัมโบมีขนาดราว 20 เซนติเมตร แต่เท่าที่เคยมีการบันทึกไว้หมึกดัมโบสายพันธุ์ใหญ่ที่สุดมีขนาดราว
1.8 เมตรและหนักถึง 5.9 กิโลกรัม
อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนสีผิวเพื่อพรางตัวได้ด้วย
ปลาแลมเพรย์เป็นปลาไหลชนิดหนึ่ง
ลำตัวด้านหลังมักจะเป็นสีดำ มีครีบหลังและครีบหาง แต่ไม่มีครีบคู่ ไม่มีเกล็ด
ปากจะอยู่ค่อนลงมาทางด้านท้อง มีลักษณะคล้ายแว่นใช้สำหรับดูด
ปากกลมซึ่งไม่จำเป็นต้องมีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ขึ้นมาบังคับขากรรไกรให้อ้าและหุบแบบปัจจุบัน
พวกมันต้องการเพียงปากที่มีตะขอสำหรับเกาะเหยื่อเพื่อดูดเลือดสัตว์อื่นเป็นอาหาร
และดำรงชีพเป็นปรสิตเมื่อดูดเลือดของเหยื่อจนตัวเหยื่อแห้งก็จะปล่อยแล้วหาเหยื่อใหม่
แลมเพรย์มีหลายชนิด บางชนิดไม่จำเป็นต้องดำรงแบบปรสิต มีทั้งในน้ำจืดและน้ำทะเล
และมีกระจายอยู่ทั่วโลก คือ อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกาตะวันตก ญี่ปุ่น
ชิลี นิวซีแลนด์และทาสเมเนีย
29. แอกโซลอเติล (Axolotl)
29. แอกโซลอเติล (Axolotl)
แอกโซลอเติล
เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำในอันดับซาลาแมนเดอร์ชนิดหนึ่ง เป็นซาลาแมนเดอร์ขนาดเล็ก
ที่มีถิ่นที่อยู่ค่อนข้างจำกัด
โดยจะพบได้เฉพาะทะเลสาบหรือพื้นที่ชุ่มน้ำใกล้กับกรุงเม็กซิโกซิตี
ประเทศเม็กซิโกเท่านั้น จุดเด่นของแอกโซลอเติลก็คือ มีพู่เหงือกสีแดงสดซึ่งเป็นอวัยวะช่วยในการหายใจซึ่งติดตัวมาตั้งแต่ฟักออกจากไข่
โดยที่ไม่หายไปเหมือนกับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจำพวกอื่น เช่น
กบหรือซาลาแมนเดอร์ชนิดอื่น
ซึ่งที่ถือได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกประการหนึ่งของแอกโซลอเติล คือ
เมื่ออวัยวะไม่ว่าส่วนใดของร่างกายขาดหายไปจะสามารถซ่อมแซมตัวเองได้
ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะภายนอกหรืออวัยวะสำคัญภายในร่างกาย เช่น หัวใจ ปอด
แอกโซลอเติลยังเป็นสัตว์ที่ไม่มีเปลือกตา
และของเหลวที่ขับออกมาเป็นของเสียออกจากร่างกายก็ไม่ใช่ปัสสาวะ
แต่เป็นน้ำที่ผ่านเหงื่อ อีกทั้งยังมีสีผิวแตกต่างกันหลากหลายด้วย เช่น สีน้ำตาลเข้ม
สีดำ สีส้ม สีขาวตาดำ หรือแม้กระทั่งสีขาวตาแดงหรือสภาพที่เป็นอัลบิโน
แอกโซลอเติลมีความยาวเต็มที่ประมาณ 30 เซนติเมตร
แต่โดยทั่วไปจะมีขนาดเฉลี่ย 15 เซนติเมตร มีอายุยืนยาวประมาณ
15 ปี โดยอาศัยในน้ำที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 20 องศาเซลเซียส ซึ่งจัดว่าค่อนข้างเย็น กินสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร เช่น
ปลาขนาดเล็ก กุ้ง หอยชนิดต่างๆ รวมถึงไส้เดือนดินหรือไส้เดือนน้ำ เป็นต้น
ปูเยติ
ปูชนิดนี้ถูกค้นพบในทะเลลึกแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างออกไปทางใต้จากเกาะอิสเตอร์ราว 1,500 กิโลเมตร
ในเขตน่านน้ำของประเทศชิลี
การค้นพบนี้เป็นการค้นพบโดยบังเอิญจากการที่มีเรือดำน้ำลงไปสำรวจทะเลที่ความลึก 2,200
เมตร และพบว่ามีตัวแปลกๆ เกาะอยู่ที่รอยแยกตรงพื้นทะเล
ด้วยลักษณะที่มีขนปกคลุมจึงถูกเรียกว่า เยติ มาเรื่อย นอกจากนี้ปูเยติ
ยังมีก้ามที่มีลักษณะสีสันสวยงามโดยมักจะยื่นก้ามเข้าไปในน้ำแร่ร้อนที่พ่นออกตามรอบแยกของพื้นทะเล
ทั้งนี้ก็ยังปริศนาอีกประการว่าการกระทำเช่นนี้ทำไปเพื่ออะไร
31. หนอนหมึก (Squid Worm)
31. หนอนหมึก (Squid Worm)
หนอนหมึก
เป็นหนอนทะเลชนิดหนึ่ง
อาศัยอยู่บริเวณก้นทะเลเซลีเบสระหว่างอินโดนีเซียกับฟิลิปปินส์
เมื่อโตเต็มวัยหนอนหมึกมีความยาวประมาณ 9.4 เซนติเมตร
และสามารถเคลื่อนที่ในแนวตั้งโดยใช้ครีบเล็กๆ ที่เรียงตลอดความยาวลำตัว
หัวของมันมีหนวดยาวยื่นคล้ายปลาหมึกและมีอวัยวะรูปเกลียวด้านหลังคอที่ช่วยในการรับกลิ่นรสในทะเล
ทีมนักชีววิทยาทางทะเลแห่งสถาบันวิจัยสมุทรศาสตร์สคริปปส์
มลรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นผู้ค้นพบสัตว์ประหลาดชนิดนี้ในทะเลเซลีเบส ที่ความลึก 2.8
กิโลเมตร หนอนหมึกจะลอยตัวอยู่เหนือพื้นทะเลประมาณ 100-200 เมตร ซึ่งเป็นระดับความลึกที่พบสิ่งมีชีวิตแปลกใหม่หลายชนิด
32. ปลาแสงอาทิตย์ (Mola Mola)
32. ปลาแสงอาทิตย์ (Mola Mola)
ปลาแสงอาทิตย์ หรือ ปลาโมลา โมลา
เป็นปลาที่มีรูปร่างประหลาด เนื่องจากมีรูปร่างเป็นทรงกลม
ส่วนหัวมีขนาดใหญ่จนดูคล้ายมีแต่เพียงหัวอย่างเดียว ขณะที่ส่วนครีบต่างๆ
ถูกหดสั้นลง โดยส่วนครีบหลังมีขนาดใหญ่ตั้งยาวขึ้นไปข้างบน และครีบก้นให้มีขนาดใหญ่ยื่นยาวลงมาด้านล่างลำตัว
แม้จะแลดูมีรูปร่างประหลาดแต่ก็ยังเป็นปลาที่ว่ายน้ำได้และมีความเร็วมากพอที่จะจับกินแมงกะพรุนทัน
ซึ่งเป็นอาหารหลัก มีขนาดโตเต็มที่ได้ถึง 3.2 เมตร
และมีน้ำหนักได้มากถึง 2,300 กิโลกรัมหรือมากกว่า 2 ตัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นปลากระดูกแข็งที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก
ปลาที่ไม่มีเกล็ด
มีผิวหนังที่หนาหยาบและยืดหยุ่น และมีเมือกหนา
ทำหน้าที่เสมือนเกราะหุ้มตัวไปตามอายุ เพื่อเป็นเครื่องป้องกันตัว
โดยเฉพาะจากเข็มพิษของแมงกะพรุนซึ่งเป็นอาหารหลัก บางตัวอาจมีหนังหนาถึง 15
มิลลิเมตร ปลาแสงอาทิตย์สามารถพบได้ในทะเลเขตร้อนและอบอุ่นทั่วโลก
ซึ่งสถานที่ๆ พบมากที่สุด คือ เกาะบาหลีในอินโดนีเซีย
มีรายงานว่าพบได้ในความลึกถึง 400 เมตร
ปลาแองเกลอร์ มีมากกว่า 200 สปีชีส์
พวกมันมีสีเทาเข้มจนถึงสีน้ำตาลเข้ม มีหัวใหญ่ฟันคมโปร่งแสง อยู่ในน้ำลึกมากกว่า 1
ไมล์ (ประมาณ 1.6 กิโลเมตร)
แต่ก็มีบางชนิดที่สามารถพบในน้ำตื้นได้ ตัวมันมีความยาวได้ถึง 1 เมตร อาศัยอยู่ก้นทะเลลึกที่โดดเดี่ยวและมืดมิด ส่วนใหญ่พบบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแอนตาร์กติก ปลาแองเกลอร์ตัวเมียจะมีสีสันและรูปร่างที่น่าเกลียดน่ากลัว แตกต่างกันไป
มีจุดเด่นตรงที่ตัวเมียจะมีชิ้นส่วนของกระดูกสันหลังยื่นออกมาบริเวณหัวเหนือปากของมันเหมือนเบ็ดตกปลา
ปลายของเบ็ดจะมีเนื้อเยื่อเรืองแสงได้ด้วยแบคทีเรียใช้สำหรับล่อเหยื่อเพื่อเป็นอาหาร
พอเหยื่อเข้ามาใกล้ก็จะงับ
นอกจากนี้มันยังมีฟันหน้าที่แทงกลับหลังเข้าไปภายในปากและยังมีฟันอีกชุดหนึ่งอยู่ในลำคอ
เพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อหลบหนี ส่วนปลาแองเกลอร์ตัวผู้นั้นจะมีขนาดเล็กมาก
โดยเมื่อเทียบกับตัวเมียแล้วมันจะดูเหมือนลูกปลาเลยทีเดียวปลา ไม่มีสายล่อเหยื่อ
สิ่งที่พวกมันสนใจมีเพียงแค่การหาคู่ ไม่ใช่การล่าเหยื่อ
ฉลามพรม เป็นปลาฉลามที่มีจุดด่างดำบนตัวของมัน
รูปร่างแบนเหมือนกับพรม พวกมันถูกพบได้ในมหาสมุทรทั่วโลก
แต่พบมากในอินโดแปซิฟิกและภูมิภาคออสเตรเลีย ฉลามพรมส่วนใหญ่จะกินหอย
ปลาและกุ้งเป็นอาหาร
35. Lancet Fish
35. Lancet Fish
Lancet Fish เชื่อกันว่าเป็นปลาที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับไดโนเสาร์
มีครีบหลังขนาดใหญ่และเขี้ยวที่แหลมคม สามารถโตเต็มที่ได้ขึ้นถึง 2 เมตร
น้อยมากที่จะมีใครรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตของพวกมันแม้ว่าพวกมันจะกระจายกันอย่างแพร่หลายในมหาสมุทรทั่วโลก
ยกเว้นทะเลขั้วโลก พวกมันอาศัยทะเลลึกถึง 1,000 เมตร
ในเขตร้อน หากินในตอนกลางคืนโดยกินปลา กุ้ง หมึกเป็นอาหาร
ผีเสื้อทะเล
เป็นสัตว์ในกลุ่มทากทะเล แต่สิ่งที่ให้พวกมันดูแปลกตาที่สุดก็คือ
พวกมันเหมือนหอยที่มีปีก โบยบินอยู่ในทะเล สายพันธุ์ที่อยู่ในน้ำเย็นบริเวณอาร์กติกจะมีขนาดเปลือกใหญ่ได้ถึง
15 มิลลิเมตร แต่พวกในเขตน้ำอุ่นจะมีขนาดเปลือกประมาณ 1-3
มิลลิเมตรเท่านั้น พวกมันจะต้องกระพือปีกตลอดเวลา
เนื่องจากเปลือกที่หนักจะทำให้พวกมันจมสู่ก้นทะเลได้ กินแพลงก์ตอน แบคทีเรีย
ครัสเตเชียขนาดเล็ก ตัวอ่อนหอยทากเป็นอาหาร
โดยการปล่อยใยเมือกที่อาจจะยาวได้ถึง 5
เซนติเมตร ใช้จับเหยื่อ
นาร์วาล เป็นวาฬมีฟันขนาดกลาง
เป็นหนึ่งในสองของสปีชีส์วาฬวงศ์โมโนดอนติแด เช่นเดียวกับวาฬเบลูกา
นาร์วาลเพศผู้มีลักษณะที่โดดเด่นคือ มีงาที่ยาว ตรง
เป็นเกลียวที่ยื่นมาจากกรามบนด้านซ้ายของพวกมัน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคือ
ฟันเพียงซี่เดียวของพวกมันที่อาจยาวได้ถึง 3 เมตร
ปัจจุบันยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัดว่ามีไว้สำหรับทำอะไร
เพราะนาร์วาลไม่ได้ใช้งาตรงนี้ในการขุดเจาะหาอาหารหรือต่อสู้กันเอง
นาร์วาลใช้ชีวิตตลอดทั้งปีที่บริเวณอาร์กติก
พบในบริเวณอาร์กติกของแคนาดาและเขตทะเลของกรีนแลนด์ หาได้ยาก
นาร์วาลเป็นนักล่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเขตอาร์กติก
มันกินเหยื่อบริเวณพื้นใต้น้ำเป็นอาหาร โดยเป็นปลาซีกเดียวเป็นส่วนใหญ่
ที่ระดับความลึกถึง 1,500 เมตรใต้ก้อนน้ำแข็งหนา
มีการล่านาร์วาลมากว่า 1,000 ปีโดยชาวอินูอิตในภาคเหนือของแคนาดาและกรีนแลนด์สำหรับเนื้อและงา
รวมถึงล่าเพื่อการยังชีพแบบควบคุมยังคงดำเนินต่อไปจนถึงทุกวันนี้
ในขณะที่ประชากรต่างถือว่าพวกมันตกอยู่ในความเสี่ยง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศมีช่วงที่แคบและอดอาหาร
ปลาค้างคาวปากแดง พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตบนโลก มีลักษณะเด่นคือ
ริมฝีปากสีแดงสด พวกมันไม่ได้เป็นนักว่ายน้ำที่ดี
เลยต้องปรับตัวโดยมีครีบแข็งบริเวณใต้ท้องของมันที่ทำหน้าที่เหมือนกับขาที่ใช้ในการคลานหรือเดินบนพื้นมหาสมุทร
พบได้ทั่วหมู่เกาะกาลาปากอสที่ระดับความลึก 30 เมตรหรือมากกว่า
ปลาค้างคาวปากแดง (Red-Lipped Batfish) มีความสัมพันธุ์ใกล้ชิดกับ
ปลาค้างคาวปากสีดอกกุหลาบ (Rosy-Lipped Batfish) ซึ่งจะพบอยู่แถวเกาะโคโคส
บริเวณนอกชายฝั่งของประเทศคอสตาริกา
39. หมูทะเล (Sea Pig)
39. หมูทะเล (Sea Pig)
หมูทะเล
เป็นสัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่มปลิงทะเลน้ำลึก มีลักษณะอ้วนกลม ผิวสีชมพู
มีปากที่คล้ายจมูกหมู กินอาหารพวกเศษซากพืช ซากสัตว์ ที่ปะปนอยู่ในโคลนของพื้นทะเล
พบได้ในมหาสมุทรแอตแลนติก แปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ที่ความลึกมากกว่า 1,000
เมตร
40. ฉลามครุย (Frilled Shark)
40. ฉลามครุย (Frilled Shark)
ปลาฉลามครุย
เป็นปลาฉลามชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างประหลาดมากคล้ายปลาไหล อาศัยอยู่ในน้ำลึก 1,968 - 3,280 ฟุต
เดิมเคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่มีรายงานพบในหลายพื้นที่
รวมถึงในเขตน่านน้ำของญี่ปุ่น ทำให้ปลาฉลามครุยกลายเป็น
"ซากดึกดำบรรพ์มีชีวิต" อีกชนิดหนึ่งของโลก
เพราะเชื่อว่ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะเลยมาตั้งแต่ยุคครีเทเชียส
จนกระทั่งถึงปัจจุบัน บริเวณส่วนหัว ลักษณะฟันและปาก ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2007
ปลาฉลามชนิดนี้ได้สร้างความฮือฮากลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั้งโลก
เมื่อชาวประมงชาวญี่ปุ่นสามารถจับตัวอย่างที่ยังมีชีวิตได้ตัวหนึ่งในเขตน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งใกล้สวนน้ำอะวาชิมา
ในเมืองชิซุโอะกะทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว
ซึ่งเชื่อว่าปลาตัวนี้ลอยขึ้นมาเพราะร่างกายอ่อนแอเนื่องจากความร้อนที่ขึ้นสูงของอุณหภูมิของน้ำ
ซึ่งมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็ตายไป เชื่อว่าปลาฉลามชนิดนี้
กระจายพันธุ์อยู่ในเขตน้ำลึกใกล้นอร์เวย์ แอฟริกาใต้ นิวซีแลนด์ชิลีและญี่ปุ่น
มีรูปร่างเรียวยาวคลายปลาไหลหรืองูทะเล มีผิวสีน้ำตาลหรือเทาเข้ม มีซี่กรองเหงือก 6
คู่ สีแดงสด และฟูกางออกเหมือนซาลาแมนเดอร์บางชนิด
ทำให้ดูแลเหมือนครุย ซึ่งมีไว้สำหรับดูดซับออกซิเจนโดยเฉพาะ
เนื่องจากในทะเลลึกมีปริมาณออกซิเจนน้อยกว่าด้านบนถึงกว่าครึ่ง
ปากกว้างเลยตำแหน่งของตา ภายในปากมีฟันที่แตกเป็นดอกแหลมๆ 3 แฉก
ทำให้สันนิษฐานว่าเป็นปลาที่ล่าปลาเล็กเป็นอาหารที่เก่งฉกาจชนิดหนึ่ง
ความยาวเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 6.5 ฟุต
บทที่ 3
วิธีการจัดทำโครงงาน
ในการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์ การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ด้วย blogspot
เรื่อง สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลนี้ ผู้จัดทำโครงงานมีวิธีดำเนินงานโครงงาน
ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
3.1 วัสดุ อุปกรณ์
เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใช้ในการพัฒนา
3.1.1 เครื่องคอมพิวเตอร์
พร้อมเชื่อมต่อระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
3.1.2 เว็บไซต์ที่ให้บริการเว็บบล็อก คือ http://www.bogspot.com
3.1.3 เว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร เช่น http://www.facebook.com http://www.gmail.com http://www.google.com
3.1.4 บราวเซอร์ที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
3.1.5 Microsoft Word ที่ใช้ในการเก็บข้อมูล
3.1.6 Microsoft PowerPoint เพื่อนำเสนอ
3.1.7 เครื่องพิมพ์ ในการพิมพ์รูปเล่มโครงงาน
3.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน
3.2.1 คิดหัวข้อโครงงานเพื่อนำเสนอครูที่ปรึกษาโครงงาน
3.2.2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่สนใจ
คือ เรื่อง สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล ว่ามีเนื้อหามากน้อยเพียงใด
และต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเพียงใดจากเว็บไซต์ต่างๆ
และเก็บข้อมูลไว้เพื่อจัดทำเนื้อหาต่อไป
3.2.3 ศึกษาการสร้างเว็บบล็อกที่สร้างจากเว็บไซต์
blogspot จากเอกสารที่ครูประจำวิชากำหนด และจากเว็บไซต์ต่างๆ
ที่นำเสนอเทคนิค วิธีการสร้างเว็บบล็อก
3.2.3.1
การเข้าใช้งาน blogspot การเข้าใช้งาน blogspot
นั้นจะต้องมี Gmail ซึ่งใช้ในการล๊อกอิน สามารถสมัครได้ง่ายๆ
โดยวิธีทำบล๊อกสปอร์ตมีดังนี้
1.ให้เราทำการพิมพ์ในช่อง
URL ด้านบนว่า www.blogspot.com หรือการเข้าสู่เว็บ
blogspot นั้นเอง ตามภาพด้านบน
2.ก็จะได้หน้าตาเป็นแบบนี้ให้เราทำการล๊อกอินเข้าไป
โดยใช้ Gmail ของเรา
3.พอทำการล๊อกอินเสร็จก็จะได้หน้าตาเป็นแบบนี้ให้ทำการคลิกที่
บล๊อกใหม่
4.พอมาถึงหน้าใหม่นั้น
– ในช่องหัวข้อ
ให้เราทำการตั้งชื่อหัวข้อของบล๊อกของเรา(เรื่องที่เราจะเขียนบล๊อก หรือ Title)
–
ในช่องที่อยู่ ให้เราทำการตั้งชื่อ URL ของเรา อาทิเช่น gunoob.blogspot.com
, cnx-it.blogspot.com เป็นต้น (.blogspot.com จะมาการเติมให้โดยอัตโนมัติ ให้พิมพ์แค่ gunoob หรือ
cnx-it)
–
ในช่องแม่แบบ ให้เราทำการเลือก รูปแบบของบล๊อกหรือ Theme นั้นเอง (แนะนำให้ใช้แบบง่าย ธีมสามารถเปลี่ยนภายหลังได้
5.จะได้อกมาเป็นแบบนี้ให้ทำการคลิกเข้าไปเลย
6.จะได้หน้าต่างเป็นแบบนี้ให้ทำการคลิกที่
บมความใหม่ เพื่อทำการเขียนบทความหรือ blog
7.พอได้หน้าตาแบบนี้ให้เราทำการเขียนบล๊อก
หรือบทความที่เราต้องการได้
–
ในช่องโพสต์ด้านบนตัวหนังสือสีส้ม ให้เราทำการเขียนหัวข้อหรือหัวเรื่อง
บทความที่เราต้องการเขียน
–
การเขียนบทความ ข้อมูล หรือบล๊อกนั้นสามารถทำการเขียนได้ใช้ กระดาษ ตรงกลางหน้า
–
ด้านขวามือจะมีป้ายกำกับ ให้เราทำการคลิกเพื่อพิมพ์ คำ
ที่ผู้อื่นสามารถค้นบทความของเราเจอได้
–
การใส่ลิ้งให้ทำการคลิกที่ ลิ้ง ในแทบเครื่องมือ เพื่อทำการใส่ URL ที่เราต้องการลิ้ง
–
การใส่รูปภาพ สามารถทำได้โดยการคลิกที่ แทกรูปภาพ ด้านขวา ลิ้ง ในแทบเครื่องมือ
แล้วทำการเลือกไฟล์เพื่ออัพโหลดรูปภาพแล้ว คลิกรูปภาพที่ต้องการเลือก
แล้วกดเพิ่มรายการที่เลือก
–
ถ้าทำการเขียนบทความเสร็จ ให้ทำการคลิกที่ เผยแพร่
เพื่อทำการเผยแพร่บทความที่สามารถให้ผู้อื่นได้อ่าน หรือเข้าชมได้
8.การเปลี่ยนธีม
ตามที่เราต้องการ ให้ทำการคลิกที่ แม่แบบ จะมีให้เราเลือกธีมตามที่เราต้องการ
ถ้าจะเอาอันไหนให้ทำการคลิก แล้วกด ใช้กับบล๊อก(ปุ่มสีส้ม)เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ
(ธีมเราสามารถออกแบบเองและทำเองตามที่เราต้องการได้)
3.2.4 ปฏิบัติการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์การพัฒนาเว็บบล็อก
(WebBlog) ด้วย blodspot เรื่อง
สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก โดยการสมัครสมาชิก และสร้างบทเรียนที่สนใจตามแบบเสนอโครงร่างที่เสนอไว้แล้ว
ทั้งนี้ได้นำเสนอบทเรียนผ่านเว็บบล็อกที่ชื่อว่า creatures501.blogspot.com
3.2.5 เรียบเรียงเนื้อหา
จัดตกแต่งเว็บบล็อกให้ดูมีความน่าสนใจ
3.2.6 จัดทำรูปเล่มเอกสารรายงานโครงงาน และแผ่นซีดี
3.2.7 จัดทำ Power Point เพื่อนำเสนอ
3.2.8 นำเสนอต่อหน้าชั้นเรียน
บทที่ 4
ผลการศึกษา
การจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog)
ด้วย blogspot เรื่อง
สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาลักษณะของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล
พิษของสัตว์ในทะเล และแนวทางการป้องกัน อนุรักษ์ สัตว์ใต้ท้องทะเล
กลุ่มของพวกเราจึงนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เหล่านี้มามาประยุกต์ใช้ทำเป็น เว็บบล็อก(WebBlog)
ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป blogspot เรื่อง
สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก
เพราะเด็กไทยส่วนใหญ่ชอบที่จะใช้อินเทอร์เน็ตในการทำกิจกรรมต่างๆไม่ว่าเป็น
ฟังเพลง เล่นเกมส์ ดูหนัง หรือ ใช้ในการหาความรู้ต่างๆ
ซึ่งการทำเป็นสื่อในอินเตอร์เน็ตก็จะทำให้ผู้ศึกษาเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น
ซึ่งมีผลการดำเนินงาน ดังนี้
4.1 ผลการพัฒนาเว็บบล็อก
การพัฒนาเว็บบล็อก(wedblog) ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป blogspot เรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึกผู้จัดทำได้เริ่มดำเนินงานตามขั้นตอนการดำเนินงานที่เสนอในบทที่
3 แล้ว แล้วได้สมัครเป็นสมาชิกเว็บบล็อกที่ชื่อ http://www.blogspot.com และได้นำเสนอผลงานผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเผยแพร่ผ่านเว็บบล็อกที่ชื่อ creatures501.blogspotlk.com วึ่งสามารถติดต่อกับบุคคลอื่นผ่านทาง social media ทั้งนี้เว็บบล็อกดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อกับเว็บไซต์อื่นๆได้
โดยผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์สามารถแสดงความคิดเห็น ติชม ผ่านทางเว็บไซต์ได้
ซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้และเป็นแหล่งเรียนรู้ในโลกออนไลน์อย่างหลากหลายและรวดเร็วต่อบุคคลทุกระดับ
บทที่
5
สรุปผลและข้อเสนอแนะ
การจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog)
ด้วย blogspot เรื่อง
สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาลักษณะของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล
พิษของสัตว์ในทะเล และแนวทางการป้องกัน อนุรักษ์ สัตว์ใต้ท้องทะเล
กลุ่มของพวกเราจึงนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เหล่านี้มามาประยุกต์ใช้ทำเป็น เว็บบล็อก(WebBlog) ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป
WordPress เรื่อง สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล
เพราะเด็กไทยส่วนใหญ่ชอบที่จะใช้อินเทอร์เน็ตในการทำกิจกรรมต่างๆไม่ว่าเป็น
ฟังเพลง เล่นเกมส์ ดูหนัง หรือ ใช้ในการหาความรู้ต่างๆ
ซึ่งการทำเป็นสื่อในอินเตอร์เน็ตก็จะทำให้ผู้ศึกษาเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งสามารถสรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้
5.1 การพัฒนาเว็บบล็อก
การพัฒนาเว็บบล็อก(wedblog)
ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป blogspot เรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก
สามารถเชื่อมต่อกับเว็บไซต์อื่นๆได้
และสามารถเผยแพร่ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา
สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสื่อสังคมในรูปแบบของ social media ในรูปแบบของเว็บไซต์
ทำให้ผู้คนทั่วไป ทุกระดับสามารถใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ในเรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก
และทำให้ผู้ที่ต้องการหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่อง สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะลึก
สามารถค้นคว้าหาความรู้ได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว
5.2 ข้อเสนอแนะ
5.2.1 การทำเว็บบล็อก เป็นสิ่งที่ทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดเชิงสร้างสรรค์และมีความสามารถในการจัดทำเว็บบล็อกได้แสดงความสามารถ
และยังสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ที่นำไปต่อยอดอีกด้วย
5.2.2
เพื่อให้นักเรียน และผู้จัดทำเว็บบล็อก (WebBlog) ด้วย blogspot สามารถพัฒนารูปแบบของเว็บบล็อก








































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น